 |
ถึง Mint แล้วเราก็ทำการจ่ายเงิน ค่าเข้าชม คนละ 11$ แบบมีส่วนลดแล้ว Mint มีทั้งหมดสี่ชั้น มีของเล่นเสะสม ของในอดีต
มีเป็นพวกคาแรกเตอร์ และ เป็นตุ๊กตาผ้าโบราณ เป็นชุดเป็นซีรี่ย์ และอื่นๆ มากมาย เก็บภาพมาฝากบางส่วน เพราะถ่ายมา
เยอะมากจนไม่สามารถอัพโหลดขึ้นเวบได้หมด แต่ว่างๆ จะไปรีบอัพขึ้น Flickr ภาพใหญ่กว่านี้ ตามไปดูกันเลย
|
| |
เดินๆๆๆ ถ่ายๆ มีแต่ของเล่นน่ารัก แปลกๆ ทั้งเคยเห็นในไทยและไม่เคยเห็นเยอะแยะมากมาย สีสันสดใส และทึ่งในความ
พยายามผลิตของเล่นให้ดูทันสมัยในแต่ละยุคนั้นๆ สุดยอด ทำไปได้ ประทับใจๆๆ |
| |
|
และสุดท้ายก็สิ้นสุดการเดินเที่ยวชม Mint ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก พร้อมกับอุดหนุนของที่ระลึกเล็กน้อย เป็นเข็มกลัดของ Mint คนละอัน |
ในที่สุดก็มาเปิดบูธกันตอนบ่ายสอง ฮ่าฮ่าฮ่า เที่ยวก่อนแล้วค่อยทำงานช่างเป็น Concept ที่ดีจริงๆ อิอิอิ เริ่มๆๆๆๆ |
 |
เปิดบูธยังไม่ทันไรก็มีคาแรกเตอร์ต่างๆ เดินผ่านหน้าบูธก็เลยต้องให้นางแบบประจำบูธได้ถ่ายรูปคู่ไปพลางๆ ระหว่างรอลูกค้า
งานการเหมือนจะไม่ค่อยได้ทำกันเท่าไหร่ เอาแต่เดินเที่ยวเล่นกับถ่ายรูป อีกซักพักก็เริ่มออกเดินร่อนไปดูของบูธอื่นอีกแล้วสิเรา
|
 |
ก่อนออกไปร่อน ก็มีลูกค้า (เพื่อนศิลปินจาก Indonesia) วิลลี่ เค จาก Red slave มาอุดหนุนสินค้าและพูดคุยเรื่องงานกัน
เล็กน้อย จากนั้นเราก็ไปที่บูธของ Tokidoki ซึ่งกำลังแจกลายเซ็นอยู่ เราก็ฝากสติกเกอร์ที่ซื้อมา ฝากวิลลี่ขอลายเซ็น
ให้เพราะ
เราไม่ได้จองคิวเล่นเส้นสายกันสุดๆ อิอิอิ แต่ในที่สุดก็ได้มา
เอาหละๆ วันนี้ก็เที่ยวและขายของกันมาทั้งวันลูกค้าล้นหลามยุ่งมาก
จนไม่ได้ถ่ายภาพเลย สุดท้ายก็ได้เวลากินอีกแล้ว วันนี้เพื่อนที่ใจดีของเรา (เป็นลูกค้าที่อยู่สิงคโปร์ นัดคุยงานกัน เค้าเลยอาสา
พาเที่ยวชมเมืองและพาไปกินรอบดึกๆๆ ออกจากงาน21.00 พอดิบพอดี ได้เวลาเที่ยวอีกแล้วหรือนี่
มื้อดึกคืนนี้ไปลอง บักกุ๊ดเต๊
แบบ ออริจินอล ของสิงคโปร์ จีนแท้ๆ |
 |
ร้านนี้ไม่ใช่ร้านที่ดังและฮอตฮิตที่สุดแต่อยู่ในย่านเดียวกันกับร้านชื่อดัง แต่ผ่านร้านชื่อดังมาคิวยาวมากเกรงว่าคืนนี้จะไม่ได้กิน
เลยบอกเพื่อนว่า ร้านข้างๆก็ได้ แล้วถามว่ามันต่างกันไหม เพื่อนบอกร้านดังกับร้านนี้ไม่มีความแตกต่างแต่ก็นะ อร่อยต่าง
หรือไม่ต่างก็ไม่รู้แต่ตอนนี้ สี่ทุ่มแล้ว หิวมาก ขอหม่ำก่อนหละ อืมมมมม......อร่อยยยยยมาก เผ็ดร้อนพริกไทยในน้ำซุป ซี่โครง
หมูมากๆๆ หอมมมร้อนๆกินกับปาท่องโก๋ด้วย อร่อยจังเ้ลย !! กินไปเหงื่อก็หยดไปด้วยความเผ็ดของพริกไทย อ่อ ร้านนี้เค้าจะคอย
เดินมาเติม น้ำซุปบักกุ๊ตเต๊ตลอดเวลาเลยอะ ดีจริงๆ
พอเราเติมบักกุ๊ตเต๊จนเต็มท้องแล้วเรี่ยวแรงก็มาอีกครั้ง คราวนี้เพื่อนอาสาขับรถพาไปเที่ยว เกาะเซนโตซ่า ฮ่าๆๆ เซนโตซ่า
ยามค่ำคืนจะเป็นไงน้อ ตามไปดูกันต่อเลยถ้ายังไม่เหนื่อย
|
 |
มาถึงเกาะเซนโตซ่า เรียบร้อย ถึงกับแปลกใน โอ้ว ดึกแล้วไฟประดับสวยงามไม่มีการปิดแต่อย่างใด อีเดน(เพื่อนสิงคโปร์ )
บอกว่าที่นี่เปิด 24 ชั่วโมงเลย แต่สถานบริการร้านค้าต่างๆจะปิด แต่สวนหรือร้านบางร้านบนเกาะก็ยังคงเปิดไปเรื่อยๆ เพราะก็มี
นักท่องเที่ยวอย่างเราๆมาตลอกเวลา ขอบอกว่าบรรยากาศตอนกลางคืนดีมาก เงียบ และแสงไฟสวยมาก |
 |
เดินขึ้นไปบนปราสาทที่เปลี่ยนสีได้ ก็จะเจอกับทางเดินของ เมอร์ไลออน (Merlion walk) เราก็เดินๆๆๆขึ้นไปจนเจอเมอร์ไลออน
ตัวโตสีม่วง ใหญ่มากๆๆ ตัวนี้เป็นตัวลูก ซึ่งตัวแม่จริงๆ จะตัวเล็กๆ อยู่อีกที่นึงซึ่งเรามีแผนจะไปกันวันสุดท้าย หลังจากเดินๆไป
ดูเจ้าสิงโตน้ำแล้ว เราก็เดินไปที่ชายหาด แต่ถ่ายรูปมาไม่ได้เพราะมืดมากแถมไม่ได้เอาขาตั้งกล้องไป ได้แต่เก็บแสงของ Bar
ริมชายหาดมาแทน ตอนนี้ก็ราวๆเที่ยงคืนได้เวลากลับกันซักที ตอนเดินกลับเราก็ได้พบกับฝาแฝดคู่นึง ฮามากกกกน้อง
ระหว่างทางกลับจากเซนโตซ่าเข้าเมือง อีเดนก็พาไปจุดชมเมืองตอนกลางคืนอีกที่นึงเป็นที่ขึ้นกระเช้าที่จะไปเกาะเซนโตซ่า
เรียกว่า Mt Faber Loop เป็นภูเขาไม่สูงมากเป็นสถานนีปล่อยเคเบิลคาร์ และจุดชมวิว สวยมากอีกเหมือนกัน |
 |
คืนนี้กินอิ่ม ชมวิวสวย ทำงานหนัก เรียบร้อยไปอีกหนึ่งวัน สนุกจริงๆเลย เฮอะๆๆๆ คุ้มๆ |
• วันที่ 15 สิงหาคม 2009 วันที่สี่ของการ work&Travel ในสิงคโปร์
วันนี้ไปเปิดบูธเร็วขึ้นกว่าเมื่อวานเพราะวันนี้เป็นวันเสาร์ คนคงจะเยอะกว่าวันศุกร์ ก็จริงอย่างที่คิดไว้ คนเยอะจนแทบไม่มีเวลา
ออกไปเดินเล่นถ่ายรูปเลย เก็บภาพมาได้นิดๆหน่อย ที่ขาดเหลือจากวันแรกๆ ปล่อยให้น้องเฝ้าบูธและทำหน้าที่ขายของอย่าง
จริงจังส่วนเราก็ออกเดินไปชิวๆ เหมือนเดิม |
 |
บรรยกาศของงานก็เปลี่ยนไปจากวันแรกๆ ศิลปินจะนั่งวาดรูปขายบ้าง โชว์บ้าง วาดแลกกันบ้าง รวมทั้งวาดสดและแปะขายกันสดๆ
และภาพล่างสุดด้านขวา ก็จะมีบรรดาวันรุ่นที่เล่นตุ๊กตา ตกแต่งอย่างสวยหรูเอามาวางอวดโฉมให้คนทั่วไปได้ถ่ายรูป สวยมากจริงๆ |
 |
เดินเที่ยวอยู่ซักพักก็กลับบูทมาเจอกับเจ้าหุ่นหระป๋องจากสตาร์วอร์เดินมา ก็ขอถ่ายรูปกับคนดังซะหน่อยเป็นที่ระลึก รวมทั้งเจอตัว
David Horvath คนออกแบบ Ugly doll ก็เลยขอซักรูปพร้อมกับตุ๊กตาที่เค้าเซ็นชื่อให้ สองตัว อิอิอิ
แล้วยามค่ำคืนก็มาเยือน ขายของแป๊บๆ ก็หมดเวลา ได้เวลาออกท่องราตรีกันอีกคืนโดยมีเพื่อนคนเดิมพาเที่ยวอีกเช่นเคย
วันนี้ อีเดนอาสาขับรถพาไปเที่ยว EAST COAST พาไปกินอาหารท้องถิ่น ริมชายหาดของเกาะสิงคโปร์ อยากจะเล่า
ว่าตอนนั้นเป็นเวลาสี่ทุ่ม คนที่ EAST COAST เยอะมากๆๆๆ เหมือนว่าคนที่นั่นไม่หลับไม่นอนกันเลยอะ งง
|
 |
เอาหละเมื่อได้ที่จอดรถซึ่งหายากมากต้องโชคดีจริงๆถึงจะได้ที่จอด เราก็เริ่มเดินเข้าไปยังโซนอาหาร ถึงกับตะลึง นี่มันสี่ห้าทุ่ม จริงหรือ ทำไมคนเยอะแบบนี้ ยิ่งกว่าเยาวราชบ้านเราอีกนะ คนยังดูคึกคัก ร้านอาหารก็ยังเปิดขายกันอย่างอึกทึก
พอเราได้ที่นั่ง อีเดนก็บอกให้เราไปเดินดูอาหารที่อยากจะกินแล้วบอกเค้าว่าอยากจะกินอะไร เค้าจะสั่งให้ เพราะเราไม่สามารถ
จะสั่งได้เพราะชื่ออาหารยากมาก และไม่รู้ว่ามันคืออะไรด้วย สุดท้ายก็ได้มา 6-7 รายการโดยมีอีเดนคนในพื้นที่แนะนำและสั่งให้
เริ่มด้วยน้ำเขียวๆ ที่มาจากอ้อยหวานๆแต่มีมะนาวใส่ลงไป รสชาติแปลกๆเหมือนจะเข้ากันแต่ว่าไม่เข้าอะ แปลก แต่เป็นน้ำ
ที่เหมือนทุกโต๊ะต้องสั่งมาดื่ม ต่อไปก็เป็นเมนูธรรมดา สะเต๊ะ สั่ง ไก่ กับ เนื้อ เพราะแขกมาเลขายเค้าไม่กินหมูกัน
ภาพต่อจากน้ำเขียวๆ เรียกว่าอะไรจำไม่ได้ชื่อแปลกๆ แต่เป็นของกินเล่น เหมือนมะม่วงน้ำปลาหวานรสชาติจางๆ มี
ผลไม้มะม่วงมัน สัปปะรด แตงกวา มันแกว และปาท่องโ๋ก๋ แถมโรยถั่ว แปลกจริงเชียวเมนูนี้ ส่วนอาหารเส้นๆก็รสชาติอออกไปทาง
หมี่ผัด กับ ผัดซีอิ้วบ้านเราแต่ไม่มีเครื่องปรุงแถมน้ำมันเยอะ เลยออกเลี่ยนๆ และ สองเมนูสุดท้ายก็คือปลาราดพริก กับ ห่อหมก
ห่อหมกนี่รสชาติเหมือนบ้านเราเลย เผ็ดอร่อยดี อิ่ม อิ่ม อิ่มๆ แล้วก็เริ่มง่วง เพราะกินเสร็จก็เกือบเที่ยงคืน
แต่อีเดนก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาพาเราเที่ยวต่อ เอา สู้ต่อไปเรา
|
 |
| เดินออกมาจากโซนอาหารซักนิดหน่อยก็พบกับ ที่เล่นกีฬาทางน้ำของคนสิงคโปร์ โฮ่ ตะลึงไปเลย ดึกขนาดนี้ยังเปรี้ยวเล่นกันสบายๆ |
 |
เอาหละคราวนี้เราก็ออกเดินต่อ เหนื่อยมาก แต่ก็สู้ๆเพราะอีเดนอุตส่าห์ตั้งใจพาเที่ยวก็ต้องฮึดสู้ เดินไปยังสะพานตกปลา BEDOK
คนที่นี่เค้าชอบตกปลากับตั้งแคมป์กับริมชายหาดในวันเสาร์อาทิตย์ ระหว่างทางเดินเราก็เห็นกลุ่มคนจัดปาร์ตี้ วิ่งเล่น และกาง
เต้นท์นอนกันอย่างสบายใจ ไม่กลัวโจรกลัวอะไรกันเลย แสดงให้เห็นถึงว่าบ้านเมืองเค้าปลอดภัยมาก อย่างไม่น่าเชื่อ
มีกางเต้นท์ตกปลากันบนสะพานด้วยนะ แปลกตาจริงๆ เอาหละเมื่อเราเดินกลับจากสะพานตกปลาที่เดินไกลพอสมควร ก็คิดว่าคง
จะได้กลับที่พักซักทีแต่ที่ไหนได้ อีเดนคนดีก็พาเราไปต่อที่ เขื่อนของสิงคโปร์ จุดชมวิวที่ใหม่ ที่หลายๆคนอาจจะยังไม่เคยเห็น
ไม่มีรถเมล์ไปถึงจะต้องเป็นคนมีรถเท่านั้นที่ได้ไป เอ๊า ไปก็ไป ตีหนึ่งแล้วตอนนี้ พระจ้าววว พรุ่งนี้เราต้องขายของกันอีกนะ T-T
สนุกก็สนุก เหนื่อยก็เหนื่อย |
 |
และที่เที่ยวสุดท้ายของค่ำคืนนี้คือเขื่อนสร้างใหม่ ที่กั้นน้ำเค็มไว้และนำน้ำเค็มไปผ่านกระบวนการเพื่อไว้ทำน้ำจืดไว้ให้สำหรับคน
สิงคโปร์ใช้กัน เป็นเขื่อนที่ทันสมัยและสวยงามมากเพราะมองจากเขื่อนไปก็จะเห็นวิวเมืองสิงคโปในอีกแบบนึง ต่างจากคืนก่อนที่
ีเราไปดูกันที่ เซนโตซ่า ประทับใจมากถึงจะเหนื่อยแต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีเช่นกัน ขอบคุณมาก Eden ลูกค้าผู้น่ารักของ Stu.
Thank you Eden (^-^) |
| |
|
| + - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - + |